วัตถุประสงค์

บล็อกนี้จัดทำเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศ เกี่ยวกับเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

เตือนภัยผู้ใช้ Apple ระวังอีเมลล์จาก Apple ปลอม จ้องฉกข้อมูลผู้ใช้ Apple ID

นนี้หลายท่านทราบข่าวว่า iPhoneรุ่นใหม่ใกล้จะมาเต็มทีแล้ว ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่ถึง 7 วันก็จะได้เห็นโฉมใหม่กัน แต่ข่าวในวันนี้เตือนไปถึงผู้ใช้อุปกรณ์พวก Apple ทั้งหลาย เมื่อต่างประเทศพบอีเมลล์ Phishing ระบาด ซึ่งปกติแล้วเมลล์ Phishing ส่วนใหญ่จะเป็นพวกชื่อธนาคารต่างๆ แต่คราวนี้ Phishing ที่กำลังระบาดที่ว่ากลับเป็นเมลล์ที่อ้างว่า จาก Apple 

โดยหน้าตาและลักษณะเนื้อหาของจดหมายเมลล์ปลอมที่ว่านี้ จะมีโลโก้ Apple พร้อมกับเขียนเรียนถึงผู้ใช้อีเมลล์นี้ โดยหัวข้อจดหมายคือ บัญชีของคุณถูกล็อคชั่วคราว (Account Temporarily Locked)
เนื้อหาบอกว่า ”เราตรวจพบความ พยายามที่เข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต จาก IP อื่นๆ  โปรดยืนยันข้อมูลของคุณวันนี้ ขณะนี้บัญชีของคุณจะถูกล็อคเนื่องจากเพื่อความปลอดภัยชุมชน Apple”  และมีปุ่ม ยืนยันข้อมูล 
ซึ่งหากคลิกไป จะไปยังเว็บปลอม ที่ให้กรอกทั้ง  Apple ID และ Password เพื่อจ้องขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านด้วย…..

หาก Account ของคุณ โดนขโมยข้อมูล จะเกิดอะไรขึ้น?

หากใครที่ซื้อแอพบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยเปลี่ยนรหัสผ่านละก็ เรื่องใหญ่ เพราะหากบัญชี Apple ID โดนขโมยแล้ว คราวนี้โจรผู้รายอาจใช้ Apple ID ของคุณในการซื้อพวกผลิตภัณฑ์ Apple ต่างๆ และสั่งจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของคุณได้  และคนร้ายอาจใช้วิธีรีบเปลี่ยน Password เพื่อขโมยข้อมูลทั้งบัญชี Apple ID ไปเลย

หากโดนขโมยหรือกรอกข้อมูลลงเว็บปลอมไปแล้วแล้วทำอย่างไร?

รีบเข้าไปเว็บไซต์ Apple ID ที่ appleid.apple.com  แล้วรีบทำการเปลี่ยนรหัสผ่านโดนด่วน แต่ ถ้าเห็นพวกบิลค่าใช้จ่ายที่สูงปกติและเกิดจากการที่คนร้ายใช้ Apple ID ทำธุรกรรมให้ไปแจ้งที่ธนาคารของท่าน และเมลล์แจ้งหนังสือทักท้วงไปยัง Apple ด้วย ผ่านทางอีเมลล์ 

วิธีป้องกัน และตรวจสอบจดหมาย

ควรตรวจสอบเนื้อหาจดหมายว่าจากผู้ส่ง Apple จริงหรือไม่ และหากคลิกแล้ว จะลิงค์ไปยังเว็บ Apple หรือเปล่า? ในกรณีเมลล์ปลอมจะพบว่า จากชื่อผู้ส่ง no-reply@exapple.comไม่ใช่ @apple.com และลิงค์กรอก url กลับกลายเป็น ที่อยู่อื่น ซึ่งเป็นลิงค์ปลอม  ลิงค์ตัวจริงคือ appleid.apple.com เท่านั้น นอกจากนี้ควรตั้งรหัสผ่านที่คนร้ายเดายากแต่คุณจำได้ และหากใช้นานหลายปีแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ด้วย รวมถึงการตรวจสอบสถานะผู้ใช้ก็ควรทำผ่านเว็บ http://appleid.apple.com ผ่านการพิมพ์ url บนเว็บบราวเซอร์เท่านั้น

Samsung เตรียมฟ้อง Apple ละเมิดสิทธิบัตร ใช้ LTE บน iPhone 5!

เป็นข่าวแรงแบบเอาให้ตายกันไปข้าง ก่อนวันเปิดตัว iPhone 5 หรือ iPhone รุ่นใหม่จาก Apple ในวันที่ 12 กันยายน ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ฟัน Apple กะฟ้องเรื่องสิทธิบัตร 4G LTE

ยิ่งใกล้ถึงเวลาเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่จาก Apple ข่าวจากฝั่ง Samsung ที่กะจะฟ้องการละเมิดสิทธิบัตรยิ่งหนักข้อขึ้น (รวมไปถึงทางฝั่ง HTC ที่ฟ้องสิทธิบัตร LTE เช่นกัน) ข้อมูลจาก Korea Times บอกว่า การฟ้องในครั้งนี้มุ่งไปที่เทคโนโลยี LTE หรือ long-term evolution ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อแห่งอนาคตบนสมาร์ทโฟน โดยสิทธิบัตรที่ Apple ละเมิด Samsung นั่นก็คือคุณสมบัติการเพิ่มความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลบนเครือข่ายไร้สาย 4G ซึ่งทาง Samsung เป็นเจ้าของสิทธิบัตรอยู่ งานนี้ทาง Samsung ถือว่า Apple จงใจละเมิดลิขสิทธิบัตร ทันทีที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับ LTE งานนี้ที่บอกว่าแรงก็เพราะว่า ผลของการฟ้องอาจจะทำให้ Apple ถูกระงับการจำหน่าย iPhone 5 ได้
สำหรับเทคโนโลยี 4G LTE นั้นได้รับความนิยมในการเชื่อมต่อแบบไร้สายบน iPhone ตั้งแต่รุ่นที่แล้วคือ iPhone 4S ซึ่งทาง Apple ได้เลือกใช้แทนการเชื่อมต่อแบบ HSPA+ โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่าการใช้เทคโนโลยี 3G ซึ่งตามสเปคแล้ว 4G LTE เร็วกว่า 3G

ส่งเมล์ฉับไว ไม่ต้องผ่าน Outlook


เชื่อว่าหลายคนเคยเจอปัญหากับการส่ง เมล์แบบเร่งด่วน เช่นบางทีเปิดหน้าเว็บมา แล้วเจอเมล์ที่สามารถติดต่อเจ้าของหรือเว็บมาสเตอร์ได้ แต่พอคลิกที่เมล์กลับกลายเป็นให้เราส่งผ่านทาง Outlook ซึ่งแน่นอนว่ามักจะไม่ได้สร้างแอคเคาต์เอาไว้ ทำให้เสียเวลาที่จะต้องก็อปปี้ URL นั้น แล้วออกไปเพื่อส่งเมล์อีกครั้ง







แต่ ตามจริงมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น ซึ่งจะทำให้เราส่งเมล์จากลิงก์นั้นได้สะดวกยิ่งขึ้น แค่เข้าไปปรับแต่งฟังก์ชันบางส่วนของ Internet Explorer กันบ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ยุ่งยาก เริ่มด้วยการเปิดหน้าต่าง Internet Explorer > เลือกไปที่ Internet Option > Program > Internet Program > ไปที่แท็บ Programs จากนั้นให้ดูในส่วนของ Internet programs โดยปรับค่าที่หัวข้อ Email ให้เลือกอีเมล์ที่เราใช้อยู่ อย่างเช่น Windows Live เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ให้คลิกไปที่ Apply และ OK ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เมื่อ ระบบถูกตั้งให้พร้อมใช้งานแล้ว ในกรณีที่ต้องการกดลิงก์เพื่อส่งเมล์ไปยังอีเมล์ที่ต้องการนั้น ก็จะลิงค์ไปยังเมล์ที่คุณตั้งเอาไว้ทันที โดยไม่ต้องไปที่ Outlook หรือก็อปปี้ URL ให้เสียเวลา


iPhone 5 น่าใช้กว่าเดิม แต่ไม่ตื่นเต้น!!!


อย่าง ไรก็ตาม iPhone 5 ไม่ได้เพียงแต่มีดีไซน์ที่ดูดีน่าใช้เท่านั้น แต่มันยังให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรง และบางเบามากๆ คือมีความบางแค่ 7.6 มม. และหนัก 112 กรัมเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ iPhone 4S มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกอยากพกพาติดตัวไปมากขึ้น แต่ถึงแม้ iPhone 5 จะบางลงมาก ไอโฟนรุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับตัวเครื่องที่ยาวขึ้นด้วย ในขณะที่ความกว้างของตัวเครื่องยังคงเท่าเดิม เพื่อให้ถือได้อย่างกระชับ หน้าจอ 4 นิ้วความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล (อัตราส่วน 16:9) ช่วยให้การรับชมวิดีโอน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ HD ก็ตาม สำหรับความยาวของหน้าจอที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มไอคอนได้เพิ่มอีกเป็น 5 แถว ตลอดจนความสามารถในการมองเห็นหน้าเว็บได้ยาวขึ้น หรือเวลาที่รันหลายๆ แอพฯ พร้อมกัน การที่ยังคงความกว้างตัวเครื่องเท่าเดิมทำให้การสัมผัสใช้งานด้วยนิ้วโป้งทำ ได้เหมือนไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้
แม้ หน้าจอของ iPhone 5 จะยาวขึ้น แต่แอพพลิเคชันที่มีอยู่ใน iTunes App Store สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องแก้ไขแต่อย่างใด โดยส่วนที่ยาวเกินขึ้นมาจะถูกแสดงด้วยขอบสีดำ อย่างไรก็ตาม แอพฯ จาก CNN ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับ iPhone 5 จะมีพื้นทีในการรับชมที่มากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงภาพต่างๆ นอกจากขนาดจอที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ความอิ่มของสียังเพิ่มขึ้นอีก 44% ทำให้จอของไอโฟนดูสีสันสดใสยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง และด้วยเทคโนโลยีความสามารถของการสัมผัสที่ฝังอยู่ในหน้าจอเลย ทำให้ไอโฟนรุ่นใหม่บางกว่าเดิม โดยรวม หน้าจอ iPhone 5 จะมีความสว่าง และสีทีสดกว่ารุ่นก่อนหน้านี้
ใน ส่วนของการเชื่อมต่อ iPhone 5 จะสนับสนุน LTE และ HSDPA แบบดูอัลแชนเนล โดยสามารถใช้งานบนเครือข่ายผู้ให้บริการอย่าง AT&T, Sprint และ Verizon ในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สายไวไฟ 802.11 a/b/g/n โดยเฉพาะ 802.11n จะสนับสนุนทั้งแถบคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งจะทำให้การสตรีมมิ่งมีเดียทำได้ดีขึ้นมาก กลับมาดูที่ CPU ตัวใหม่ A6 ที่แอปเปิ้ลอ้างว่า มันมีประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟิกทีเร็วกว่า A5 ใน iPhone 4S ถึง 2 เท่า ในขณะที่มีขนาดเล็กลง 22% โดยชิป A6 จะออกแบบด้วยกระบวนการผลิตที่ 32nm และเป็นควอดคอร์โพรเซสเซอร์ ในขณะที่ A5 เป็นดูอัลคอร์ 45nm ภายในชิปมีอิเมจโพรเซสซิ่งที่สามารถลดสัญญาณรบกวน และมีฟิลเตอร์ที่ฉลาดกว่าสามารถจัดการการจับคู่สีได้ดีขึ้นในที่ที่มีแสง น้อย ซึ่งเหมาะกับการทำงานของกล้องหลังของ iPhone 5 ทีมีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล (f/2.4) ประสิทธิภาพของกล้อง และคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จะเหนือกว่า (กล้องหน้า 1.2MP สำหรับ Facetime, ถ่ายรูป และบันทึกวิดีโอ 720p HD) iPhone 4S ประมาณ 40% สนนราคาของไอโฟน 5 (มี 3 รุ่นความจุ 16, 32 และ 64GB) คาดว่าจะวางจำหน่ายในราคาเดียวกันกับไอโฟนรุ่นปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การที่ iPhone 5 ไม่มีอะไรที่สร้างความตื่นเต้นกว่าที่คาดการณ์

iPhone 5 ปะทะ Galaxy S3,Lumia 920

ถึงเวลานี iPhone 5 ของ Apple ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆ กับสมัครพรรคพวกอุปกรณ์ iOS รุ่นใหม่ทั้ง iPod Touch และ Shuffle แต่กระแสของความสนใจคงจะอยู่ที่ iPhone 5 มากกว่า ซึ่งประเด็นคำถามที่เกิดขึ้นตามมาหลังการเปิดตัวก็คือ ไอโฟนรุ่นใหม่นี้จะยังคงได้ใจจากผู้บริโภคเหนือกว่าคู่แข่งทีมาแรงอย่าง Galaxy S3 และ Lumia 920 ที่หลายคนเริ่มพูดถึง หรือไม่? เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว S3 ได้สร้างปรากฎการณ์สมาร์ทโฟนที่มาแรงแซงโค้ง iPhone ในตลาดสหรัฐฯ ได้สำเร็จแล้ว แต่ว่จะแรงต่อพอสู้กับ iPhone 5 หรือไม่ งานนี้ต้องเปรียบมวยกันหน่อยแล้ว
หาก เปรียบเทียบจากสเป็กข้างบนนี้แล้ว จะเห็นว่า iPhone 5 คุณสมบัติโดยรวม นอกเหนือจากดีไซน์ที่ใหญ่ขึ้น และบางเบากว่าคู่แข่งเล็กน้อยแล้ว มันแทบจะไม่มีอะไรที่คู่แข่งสู้ไม่ได้เลย แต่คาดว่า ตลาดผู้ใช้ iPhone ที่เตรียมอัพเกรดก็อาจจะยังอยู่กับ iPhone 5 ไม่น้อย ส่วนตลาดผู้ใช้หน้าใหม่อาจจะไม่แน่เหมือนกัน เพราะทาง Samsung ก็เริ่มปล่อยข่าวทันทีที่ iPhone 5 เปิดตัวว่า จุดแข็งของ Galaxy S3 ทีเหนือกว่า iPhone 5 ก็คือ เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ที่เปลียนสมาร์ทโฟนเป็นกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึง S Beam และ Buddy Share อีกทั้งยังจะมีการอัพเกรดโอเอสเป็น Android 4.1 Jelly Bean ในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

iPod Touch 5th ใช้เล่น-ไม่เน้นโทร!!!



iPod touch 5th gen
ความแตกต่างระหว่าง iPhone 5 กับ iPod touch 5th-Gen หลัก ๆ นั้นมีดังนี้
- iPod touch บางกว่าโดยมีความหนาเพียง 6.1 มม. และเบากว่าด้วยน้ำหนักเพียง 88 กรัม ส่วน iPhone 5 หนา 7.6 มม. หนัก 112 กรัม ส่วนความสูงต่างกันเพียง 0.4 มม.
- iPod touch ไม่รองรับฟังก์ชันโทรศัพท์ จึงไม่สามารถใช้งาน LTE และ HSDPA ได้
- iPod touch ยังคงใช้ CPU A5 ในขณะที่ iPhone 5 ใช้ A6
- iPod touch แม้จะมี App แผนที่มาให้ แต่ตัวเครื่องไม่มี GPS มาด้วย จึงสามารถระบุตำแหน่งได้ผ่าน Wi-Fi Network เท่านั้น
- iPod touch มีสีให้เลือกหลากหลายกว่า iPhone 5 และมาพร้อมสายรัดข้อมือ iPod touch loop สีเดียวกับตัวเครื่อง
iPod touch 5th gen
ส่วน ที่เหลือนั้นเหมือนกับ iPhone5 ทั้งหมด และด้วยราคาเครื่องขนาดความจุ 32 GB ที่ 299 US หรือประมาณ 9000 บาท ทำให้ iPod touch 5th-Gen เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน Application จาก iPhone แต่ไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์และ GPS
iPod touch 5th gen

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ที่ชาร์จสารพัด Gadgets ของคุณ




ไอ้เจ้าเครื่องที่ทุกคนเห็นในภาพนั้น มันไม่ใช่สเก็ตบอร์ดหรือพรหมเช็ดเท้านะครับ แต่มันเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอย่างนึง ที่ได้รับการออกแบบโดย Rob Cameron ซึ่งจากการออกแบบมาอย่างเลิศหรูอลังการ มันสามารถที่จะเป็นที่ชาร์จ Gadgets ของเราได้ตั้งหลายอย่างแนะ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, BlackBerry, PSP, Apple Dock, ส่วนการทำงานก็คือจะมีปลอกที่ติด PowerMat สวมทับที่ Gadgets อีกทีแล้วแปะเครื่องของเราลงไปบนฐาน PowerMat นอกจากนั้นมันยังสามารถเชื่อมต่อด้วยสายชาร์จหัวต่อ PowerMat ได้อีกตั้งหลายรูปแบบ จากการออกแบบ เค้าทำออกมาให้มีความบาง และเบา สามารถเก็บพับได้ สามารถพกพาไปไหนต่อได้เหมือนพกโทรศัพท์มือถือได้เลยทีเดียว โอ้โหถ้ามีออกมาขายจริง ๆ จะเป็นไปได้มั้ยเนี่ย แต่ต้องยอมรับนะว่าช่างคิดด้ายยยยยยคุณ Rob Cameron









DJ Mouse สำหรับคนชอบสแครชแผ่น


ขอเริ่มประเดิมด้วยข่าวคราว Gadget ก็แล้วนะครับ ช่วงที่ผ่านมานำเสนอข่าวหนักๆ ทั้งสัปดาห์ไปแล้ว สำหรับแก็ดเจ็ตที่เห็นในรูปแว้บแรกอาจจะคิดว่า มันคือรีโมทของอะไรสักอย่าง แต่ความจริงมันคือ "เมาส์" ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาครับ เพราะเกิดมาเพื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทีมีหัวใจนักดนตรี ชอบสแครชแผ่นแบบพี่โดม มิกซ์เพลงสนุกๆ แบบดีเจ เพราะนี่คือ DJ Mouse

Mouse จะมีความแตกต่างจากเมาส์ยูเอสบีทั่วไปตรงที่บริเวณตรงกลางของมันจะมีจ๊อกคอนโทรลที่สามารถหมุนได้เพิ่มขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อใช้ควบคุมการเล่นเพลงแบบเดินหน้า ถอยหลัง ดัง เบา เปลี่ยนพิตช์เสียง และอื่นๆ อีกสารพัด แบบว่า ใช้เลียนแบบการสแครชแผ่นเสียงจริงๆ ตลอดจนมิกซ์เพลงที่ชื่นชอบได้อย่างสนุกสนาน ส่วนที่ด้านท้ายจะมีปุ่มควบคุมการใช้งานจีอกในโหมดสแครชแผ่นเสียงนั่นเอง ที่เหลือก็จะเป็นปุ่มคลิกขวาซ้าย และลูกกลิ้งตรงกลาง เหมือนเมาส์ปกติทั่วไป


DJ Mouse สำหรับคนชอบสแครชแผ่น
DJ Mouse สำหรับคนชอบสแครชแผ่น


DJ Mouse จะมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ และแผ่นรองที่ดูเท่กลมกลืนได้บรรยากาศเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ใช้บนเวทีสแครชแผ่นจริงๆ โดยซอฟต์แวร์ทีมาด้วยกันสามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งแพลตฟอร์มแมคฯ และวินโดวส์ ซึ่งเจ้าซอฟต์แวร์นี้เองที่ช่วยให้คุณสนุกกับดีเจเมาส์ได้อย่างเต็มความสามารถของมัน ส่วนตัวผมไม่ค่อยถนัดกับเครื่องพวกนี้นัก (ฟังได้อย่างเดียว) สำหรับคุณผู้อ่านที่ได้ชมคลิปแนะนำ และสาธิตการใช้งานแล้วเกิดสนใจอยากเป็นพี่โดมก็เตรียมสตังค์ไว้ 79 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,000 บาทครับ (ราคานี้สงสัยจะรวมค่าซอฟต์แวร์ Deckadance ด้วยแน่ๆ เลย)

EniCycle จักรยานล้อเดียวที่ใครก็ขี่ได้

ใครที่ชื่นชอบ"เซกเวย์"สองล้ออัจฉริยะที่สามารถทรงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ แถมยังควบคุมได้ง่ายมาก ด้วยการโน้มตัว เพื่อควบคุมความเร็ว และแฮนด์สำหรับบังคับเลี้ยวซ้าย หรือขวา แต่สำหรับ EniCycle จักรยานล้อเดียวไฮเทคฯคันนี้ มันมีหลักการทำงานคล้ายเซกเวย์ ต่างกันตรงที่ล้อเดียว และไม่มีแฮนด์ให้บังคับใดๆ ทั้งสิ้น และที่น่ามหัศจรรย์มากๆ ก็คือ คุณสามารถขี่มันได้โดยใช้เวลาฝึกหัดเพียง 30 นาที โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานของการเล่นกายกรรมมาก่อนแต่อย่างใด

EniCycle เป็นต้นแบบจักรยานล้อเดียวที่ทรงตัวได้เอง ผลงานของนักประดิษฐ์นามว่า Aleksander Polutnik ประเทศสโลวีเนีย เอ็นนิไซเคิลประกอบด้วยมอเตอร์ที่มีกำลัง 1,000 วัตต์สามารถใช้ขี่ได้นาน 3 ชั่วโมง โดยไจโรสโคปที่ใช้ตรวจจับระดับการทรงตัวในแนวดิ่งจะสามารถทำงานด้วยความเร็วถึง 100 ครั้งต่อวินาที (100Hz) สปริงที่ทำหน้าที่โชค ล้อ และที่วางเท้าสองข้าง คลิปสาธิตข้างล่างนี้จากรายการ The Gadget Show ของอังกฤษ คงจะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีถึงความง่ายในการใช้งาน แม้พิธีกรจะมีการล้มกันบ้างเล็กน้อยก็ตาม (ให้ความรู้สึกเหมือนหัดขี่จักรยานครั้งแรกเลยนิ) :p

EniCycle จักรยานล้อเดียวที่ใครก็ขี่ได้
EniCycle จักรยานล้อเดียวที่ใครก็ขี่ได้

แอบดู!!! ขั้นตอนผลิต"ยูเอสบีไดรฟ์"

เรื่องบางเรื่องเราพบเห็นกันทุกวันจนเคยชิน ก็เลยไม่ได้นึกสงสัยอะไร แต่แล้วก็มีคนตั้งคำถามที่ผมเชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงอยากจะทราบเหมือนกัน นั่นก็คือ แฟลชไดรฟ์ ยูเอสบีไดรฟ์ หรือธัมบ์ไดรฟ์ ที่แล้วแต่ใครจะเรียกนั้น มันมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร? ทำไมถึงมีราคาถูกลงเรื่อยๆ เพราะมันทำง่ายอย่างนั้นหรือ?


คลิปวิดีโอที่นำมาฝากเป็นการติดตามเข้าไปเก็บขั้นตอนการผลิตยูเอสบีไดรฟ์ในโรงงานผลิตของ Kingston ที่ตั้งในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยเริ่มตั้งแต่พิมพ์ลายวงจร ติดชิป ตรวจสอบ ประกอบคอนเน็คเตอร์ ตัดแบ่งแยกชิ้น ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะนำไปประกอบตัวถังด้วยสีสันต่างๆ แล้วยังต้องมีการทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้งกว่าจะได้ยูเอสบีไดรฟ์ที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย




รับรองว่า คุณผู้อ่านจะต้องทึ่งกับขั้นตอนการทำงานที่แม่นยำจนน่าอัศจรรย์ โดยจะไม่รู้สึกเบื่อตลอดแปดนาทีครึ่งที่ได้ชม...คอนเฟิร์ม!!!